ทำไมตอนเครียด ถึงสมควรออกไปหาอะไรกิน

ความเครียดเป็นสิ่งที่คนเราประสบได้เสมอในชีวิตประจำวัน และมีสาเหตุมากมาย นอกจากความเครียดจากหน้าที่การงาน เหตุการณ์ในชีวิตประจำวัน ความกดดันทางจิตใจแล้ว อาการเจ็บป่วยก็ถือเป็นความเครียดอย่างหนึ่ง นอกจากนี้นิสัยการบริโภคที่นำไปสู่การขาดสารอาหารบางชนิดก็อาจสร้างปัญหาความเครียดให้ร่างกายได้

โปรตีน อาหารโปรตีนจะช่วยให้เกิดการตื่นตัว ฉะนั้นร่างกายต้องการโปรตีนในปริมาณเล็กน้อยที่จะรักษาสมดุลของสารสื่อประสาทในสมอง ดังนั้นอาหารเช้าที่มีโปรตีนเพียงเล็กน้อยร่วมกับอาหารคาร์โบไฮเดรต ไม่ขัดสีจะช่วยให้ร่างการคลายความเครียด

วิตามินอี  เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันความเครียดที่เกิดจากอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคมะเร็ง โรคหัวใจ แก่ก่อนวัย

วิตมินบี วิตมินบีรวม ช่วยการทำงานของระบบประสาทในการเผาผลาญอาหารคาร์โบไฮเดรตและไขมันเป็นพลังงาน เมื่อร่างกายขาดวิตมินบีจะมีผลทำให้การทำงานของระบบประสาทผิดปกติ และเพิ่มความเครียด ให้เซลล์ เช่น เกิดอาการซึมเศร้า หงุดหงิด

วิตมินซี ระหว่งที่ร่างกายมีความเครียด เจ็บป่วย ต่อมหมวกไตจะมีการใช้วิตมินซีมากขึ้น หากมีความเครียดเรื้อรังจะทำให้ระดับวิตามินซีในร่างกายต่ำลง ร่างกายจึงต้องการวิตามินซีสูงขึ้น นอกจากนี้ระดับวิตามินซีในเลือดต่ำยังพบในผู้ที่เกิดอาการหัวใจวาย การได้รับวิตามินซีอย่างเพียงพอในระยะนี้จึงอาจช่วยลดอันตรายที่มีผลมาจากฮอร์โมนความเครียด เช่น ฮอร์โมนอะดรีนาลีน และช่วยในร่างกายรับมือกับความเครียดให้ดีขึ้น นอกจากนี้วิตามินซียังช่วยเพิ่ม ภูมิต้านทานและคลดความเสี่ยงการติดเชื้อด้วย อาหารที่มีวิตามินซีสูงได้แก่ ส้ม ฝรั่ง สตอร์เบอร์รี่ กะหล่ำปลี พริกหวาน  คะน้า บรอกโคลี่ ผักโขม

แมกนีเซียม ขณะที่ร่างกายมีความเครียด ร่างกายจะสูญเสียแมกนีเซียมและแร่ธาตุอื่น ๆ ไปกับปัสสาวะมากกว่าปกติผู้ที่เจ็บป่วยมีความเครียดทั้งทางกายและใจมักมีระดับแมกนีเซียมในเลือดต่ำ ซึ่งอาจทำให้การฟื้นตัวช้า  คนที่มีบุคลลิกภาพชนิดเอ คือคนที่ต้องการความสมบูรณ์แบบทุกเรื่องในชีวิต มักจะมีความเครียดเป็นนิสัย พบกว่าคนพวกนี้มีระดับแมกนีเซียมต่ำลง มีฮอร์โมนในความเครียดสูงขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ที่มมีบุคลลิกภาพชนิดบี (เป็นคนที่มีความหยืดหยุ่นในการดำเนินชีวิต) อาหารที่มีแนกนีเซียมสูง ได้แก่ เต้าหู้ เมล็ดฟักทอง เมล็ดพืชไม่ขัดสี ถั่วเปลือกแข็งต่าง ๆ

สังกะสี ในภาวะเจ็บป่วยซึ่งมีสภาวะเครียดทางกาย ร่างกายจะมีระดับสังกะสีในเลือดต่ำ ซึ่งทำให้ฟื้นตัวช้า ติดเชื้อเป็นแผลเรื้อรัง อาจะทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนได้ นอกจากนี้ผู้ที่ออกกำลังกายหนักเสมอ ๆ เช่น นักกีฬา ร่างกายจะเกิดสภาวะเครียดได้ ทำให้สูญเสียสังกะสีไปกับ ปัสสาวะ มากขึ้น อาหารที่มีสังกะสีสูง ได้แก่ เนื้อสัตว์ต่าง ๆ โดยเฉพาะอาหารทะเล แป้ง ถั่วต่าง ๆ

0

ประโยชน์ของกระเทียม

กระเทียมเป็นผักอีกชนิดหนึ่งที่ถือได้ว่าอยู่ในอาหารแทบจะทุกเมนู ไม่ว่าจะเป็นอาหารไทยที่ชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก อย่างส้มตำ หรือแม้แต่อาหารรองท้องพื้น ๆ ของชาวต่างชาติ อย่าง ขนมปังกระเทียม ผลวิจัยทางการแพทย์พิสูจน์ได้ว่ากระเทียม เป็นสมุนไพรที่สามารถช่วยลดคอลเลสเทอรอลได้ ซึ่งในประเทศไทยนั้นเราไม่ค่อยได้ย้ำสรรพคุณด้านความเป็นยาของกระเทียมมากนัก ส่วนใหญ่แล้วจะไปอยู่ในเมนูอาหารต่าง ๆ เสียมากกว่า ตำราแพทย์แผนไทยกล่าวไว้ว่า กระเทียมสามารถรักษาโรคบิด ท้องร่วง ลดอาการบวมน้ำ ขับพยาธิ รักษาวัณโรค ลดน้ำตาลในเลือด อหิวาต์ แก้ไอ หืด และโรคประสาท ทีนี้เรามาลองดูสรรพคุณของกระเทียมกันดีกว่า ว่ามีเยอะ ขนาดไหน

- ชาวบัลแกเรียเชื่อว่า เคี้ยวกระเทียมให้ได้ทุกวัน จะทำให้อายุยืนไปจนถึง 100 ปี
- จีน กรีซ ฮินดู เยอมันนี ใช้กระเทียมเป็นยาแก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ขับพยาธิ รักษาโรคทางเดินหายใจ
- ฮิปโปเครตีส ผู้เป็นบิดาของวงการแพทย์เขียนไว้ว่า กระเทียมคือยาระบายและขับปัสสาวะ
- เป็นยาทางสมุนไพรของผู้ป่ววัณโรค คือ ให้เคียวกระเทียมสดทุกวัน ครั้งละ 7 กลีบ เช้า และ เย็น เพราะสารในหัวกระเทียม จะส่งกลิ่นกระเหยออกมา ทางลมหายใจ ทางปอด ซึ่งสารตัวนี้สามารถฆ่าเชื้อโรคก่อนที่เชื้อวัณโรคจะลามเข้าสู่ปอด
- นักวิทยาศาสตร์ของอเมริกัน และญี่ปุ่น ยืนยันว่า กระเทียมสามารถขจัดกลากเกลื้อน ลิ้นเป็นฝ้า ในเล็กเด็กได้
- ยูโกสลาเวียค้นพบสารฆ่าเชื้อฆาเพิ่มขึ้นอีก 2-3 ชนิดในน้ำมันกระเทียม
- ในประเทศดินเดีย นักวิทยาศาสตร์พบว่า กลิ่นในกระเทียมสามารถฆ่าเชื้อซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคภายในของผู้หญิงได้
- การรับประทานกระเทียมสดสามารถป้องกันการเปลี่ยนแปลงและการวมตัวของเม็ดเลือดในร่างกายได้
- รับประทานกระเทียมครั้งละ 5 กรัม วันละ 3 เวลาหลังอาหารเป็นเวลา 15 วัน จะช่วยให้ระดับไขมันในเลือดลดลงอย่างเห็นได้ชัด
- ในอังกฤษรายงานผลการทดลองว่า กระเทียมสามารถลดความดันโลหิตสูงได้

0

อาหารที่มีสารต้านมะเร็ง ที่ควรบริโภคเป็นประจำ

- ผลไม้ประเภทเบอร์รี่ มีสารแอนโทไซยานิน ซึ่งเป็นพิกเมนต์สีน้ำเงิน มีใยอาหารสูงเกือบ 4 กรัม ต่อ 1 ถ้วยตวง มีวิตามินซีสูง มีกรดเอลลาจิก และสารแทนนินซึ่งช่วยป้องกันมะเร็งและการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ

- ผลไม้ตระกูลส้ม มีสารลิโมนอยด์ ช่วยยับยั้งเซลล์มะเร็ง ควรบริโภคทุกวัน

- ผักตระกูลครูซิเฟอรัส เช่น บรอกโคลี มีสารซัลโฟราเฟนและอินโดล – 3- คาร์บินอล ซึ่งเป็นสารที่มีฤทธิ์สูงในการต้านมะเร็ง โดยการเปลี่ยนเอสโทรเจนในธรรมชาติให้อยู่ในรูปที่มีอันตราย 3 ครั้ง ผักที่อยู่ในตระกูลเดียวกันได้แก่ คะน้า ผักกว้างตุ้ง แขนงผัก ดอกกะหล่ำ และ กะหล่ำปลี

- ถั่วเหลือง มีสารไอโซฟลาโวนส์ ซึ่งช่วยยับยั้งฤทธิ์เอสโทรเจนของคนในการกระตุ้นการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งที่ไวต่อระดับ ฮอร์โมนเอสโทรเจน แนะนำวันละ 2ส่วน แต่สำหรับผู้ที่เป็นมะเร็งเต้าน ควรจำกัดปริมาณการบริโภคไว้ที่สัปดาห์ละ 3 – 4 ส่วน

- แฟลกซ์สีด เป็นพืชที่มีกรดโอเมก้า – 3 และลิกแนนสูง ซึ่งอาจะช่วยลดระดับฮอร์โมนและชะลองการเจริญของเซลล์มะเร็งที่เกี่ยวข้องกับฮอร์โมน แนะนำวันละ 1- 2 ช้อนโต๊ะ

- ถั่วต่าง ๆ มีโฟเลตสูง ช่วยป้องกันอันตรายแก่ดีเอ็นเอ แนะนำสัปดาห์ละ 1 ½ – 2 ช้อนโต๊ะ

- ถั่วบราซิล เป็นแหล่งอาหารของซีลีเนียม ซึ่งเป็นสารออกซิแดนต์ ช่วยป้องกันมะเร็ง ซ่อมแซมและเพิ่มระบบภูมิคุ้มกัน ถั่วบราซิลเพียง 2 เม็ด ให้ซีลีเนียมสูงถึง 200 ไมโครกรัม ซึ่งมากพอที่จะช่วยลดการเกิดมะเร็ง จำกัดการบริโภคเพียงวันละ 1 เม็ดใหญ่ หรือ 2 เม็ดกลาง

- ธัญพืชไม่ขัดสี มีสารต้านมะเร็ง เช่น ซาโปนิน ฟลาโวนอยด์ และ ลิกแนน แนะนำวันละ 1 ½ – ถ้วยตวง

- มะเขือเทศ มีสารไลโคปีน สูง ไลโคปีนเป็นสารแคโรทีนอยด์ที่ช่วยป้องกันมะเร็ง มะเขือเทศที่ผ่านความร้อน (เช่น ซอส ซุป น้ำมะเขือเทศ) จะทำให้สารไลโคปีนถูกปลดปล่อยออกมามาก และเมื่อเติมน้ำมันพืชเล็กน้อยในการปรุงอาหาร จะทำให้สารไลโคปีนถูกดูดซึมได้ดีขึ้นแนะนำสัปดาห์ละ 4 ครั้ง

- สมุนไพรเครื่องเทศต่าง ๆ เช่น หอมเล็ก กระเทียม พริก ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด มีสารพฤกษเคมีที่ต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันมะเร็ง

- ชา มีสารฟลาโวนอยด์ ช่วยลดอนุมูลอิสระ แนะนำวันละ 3 ถ้วยตวง ไม่ว่าจะเป็น ชาเขียว ชาจีน ส่วนชาเป็นขวด หรือ ชาสำเร็จรูป หรือประเภท ปลอดกาเฟอีน มีสารฟลาโวนอยด์ น้อยมาก

- ปลาทะเล เป็นปลาที่มีปริมาณกรด โอเมก้า – 3 สูงมากและราคาไม่แพง เช่น ปลาแซลมอน ปลาซาร์ดีน ปลาทูน่า ปลาทู ปลาแมคเคอเรล ปลาซาบะ กรดโอเมก้า – 3 ช่วยชะลอการเจิรญของเซลล์มะเร็ง แนะนำสัปดาห์ละ 2 – 4 ครั้ง

- โยเกิร์ต มีโปรตีนและแคลเซียมสูง แคลเซียมจะจับกับน้ำดี ช่วยยับยั้งการเจริญของเซลล์ที่ผิดปกติ นอกจากนี้ยังมีแบคทีเรียชนิดดี ซึ่งช่วยในการย่อยและเพิ่มภูมิต้านทาน

0

กินอะไรให้ผมสวย

การกินอาหารที่มีประโยชน์ เป็นอีกหนึ่งวิธีในการดูแลเส้นผมค่ะ ใครอยากจะผมสวยลองกินตามนี้ดูนะคะ

น้ำ - น้ำนั้นมีส่วนช่วยรักษาระดับความชุ่มชื่นให้แก่เส้นผม  ซึ่งจะยังผลให้เส้นผมของเรานั้นเป็นเงางาม  มีความยืดหยุ่น  เพื่อผมของเรา  เราจึงควรดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายค่ะโดยดื่มทีละน้อยๆแต่บ่อยๆเพื่อให้ร่างกายสามารถดูดซึมได้

ผักและผลไม้ – นอกจากจะช่วยในเรื่อง  ระบบขับถ่ายแล้ววิตามินและสารต่างๆที่อยู่ในผักและผลไม้ยังมีส่วนช่วยเส้นผมของเราให้ดูดีได้อีกด้วย  โดยในผลไม้นั้นจะอุดมไปด้วยวิตามินต่างๆ  วิตามินเหล่านั้นจะช่วยทำให้เส้นผมของเราแข็งแรงขึ้นได้ค่ะ  ส่วนในผักนั้น จะมีสารจำพวกเบต้าแคโรทีน  ซึ่งจะกลายเป็น  วิตามินเอ  และวิตามินเอนี้ เป็นอาหารทึ่สำคัญให้แก่เส้นผมของเราค่ะ  เราจึงควรกินผักผลไม้เป็นประจำทุกวัน  จะเลือกทานตามฤดูกาลก็ได้ค่ะ  เพราะหาง่ายและราคาก็ไม่แพงมากนัก

ไข่ – นั้นจะอุดมไปด้วยกรดอะมิโนที่มีกำมะถันเป็นองค์ประกอบ  จะช่วยเหลือเส้นผมของเราในด้านความแข็งแรงของเส้นผม  ไม่ทำให้เส้นผมของเราหลุดร่วงขาดง่าย  อาหารเมนูไข่นั้นมีมากมายหลากหลายกินได้ทุกวันก็จะดีต่อเส้นผมของเราค่ะ  แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ควรจะกินมากจนเกินไปเพราะในไข่นั้นมีคลอเรสเตอรอลอยู่มาก  จึงควรทานแค่วันละ  1  ใบก็เพียงพอแล้วค่ะ

ปลา – อย่างที่รู้กันในปลานั้นจะมีกรดไขมันที่เราเรียกกันว่า  โอเมก้า-3   ช่วยทำให้เส้นผมของเราแข็งแรง  และเป็นเงางามทั้ง  ยังช่วยบำรุงสมองของเราอีกด้วย

0

ประโยชน์ของครีมบำรุงผม

การที่เราสระผมอย่างเดียวนั้นอาจจะไม่เพียงพอในการบำรุงรักษาเส้นผมของเราให้มีสุขภาพดี หลังการสระผมเราควรบำรุงเส้นผมของเราด้วยครีมบำรุงเส้นผม โพสนี้จึงมาแนะนำเรื่องเกี่ยวกับครีมบำรุงผมค่ะ

ตามท้องตลาดครีมบำรุงผมนั้นมีให้เราเลือกซื้อกันหลายชนิด เรามาดูกันว่าครีมบำรุงแต่ละชนิดนั้นทำอะไรให้ผมของเราได้บ้าง

1.ครีมบำรุงผมแบบธรรมดา หรือครีมนวดที่เราๆท่านๆรู้จักกันมานานแล้วนั่นเอง โดยจะไปเคลือบเส้นผมเป็นฟิล์มบางๆ ทำให้เส้นผมเรียบเป็นเงางาม จัดทรงได้ง่าย

2.ครีมบำรุงผมแบบที่เป็นเซรั่ม เซรั่มที่อยู่ในครีมนั้นจะเข้าไปเคลือบเส้นผมของเราด้วยฟิล์มที่มีขนาดเล็กช่วยทำให้เส้นผมของเราดูนุ่มสลวย ชุ่มชื่น และยังสามารถแก้ปัญหาผมแตกปลายได้อีกด้วย

3.ครีมบำรุงผมชนิดที่ไม่ต้องล้างออก ครีมชนิดนี้จะช่วยปกป้องเส้นผมจากความร้อนที่เกิดจากการไดร์ผม เป่าผม ช่วยให้ผมมีความชุ่มชื่น เพิ่มความเป็นเงางามของเส้นผม อีกทั้งยังลดการเกิดไฟฟ้าสถิตที่เกิดขึ้นกับเส้นผมอีกด้วย

4.ครีมบำรุงผมแบบล้ำลึก ครีมประเภทนี้ จะช่วยรักษาความชุ่มชื้นของเส้นผม รักษาความสมดุลให้แก่เส้นผมของเรา ทำให้ผมไม่แห้งแข็งกระด้าง จัดทรงได้ง่าย

5.ครีมบำรุงผมแบบสเปรย์ ครีมประเภทนี้จะไปช่วยลดการเกิดไฟฟ้าสถิตที่เกิดกับผม ปกป้องเส้นผมจากความร้อนของไดร์เป่าผม และยังทำให้ผมจัดทรงได้ง่าย

6.ครีมบำรุงผมสำหรับผมที่ผ่านการทำสีผมหรือผ่านการดัดผมมา ครีมประเภทนี้จะตรงเข้าไปบำรุงผม และเคลือบผมของเรา ด้วยแผ่นฟิล์มบางๆ บนเส้นผมที่มีรูพรุนที่เกิดจากการทำสีและดัดผม ป้องกันไม่ให้ผมมีสีที่ซีดลง

จากที่แนะนำมาจะเห็นว่าครีมบำรุงผมมีหลายแบบ เราควรจะเลือกให้เหมาะกับเรานะคะ

0

เคล็ดลับในการดูแลเส้นผม

วันนี้เรามีสารพันเคล็ดลับในการดูแลเส้นผมมาฝากกันนะค่ะ (จะทำทั้งหมดเลยหรือจะเลือกเอามาใช้แค่บางอย่างก็ได้นะคะ)

1. ควรหวีผมก่อนการสระผมทุกครั้งค่ะ  เพราะจะเป็นการนำเอาสิ่งสกปรกที่ติดอยู่ที่เส้นผมออกไป  และยังช่วยให้ผมไม่พันกันในการสระผม  แต่อย่าหวีมากจนเกินไปเดียวเส้นผมที่คุณรักจะขาดเอาได้

2. อย่าใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมอย่างแรงค่ะ  ควรใช้มือรีดน้ำออกจากผมแล้วใช้ผ้าขนหนูซับน้ำออกอย่างเบามือ  เพราะผ้าขนหนูสามารถดูความชื้นจากผมของเราได้อาจจะทำให้ผมของเราแห้งเสียได้นะค่ะ

3. ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่  เพราะอาหารนั้น  จะไปช่วยบำรุงเส้นผมของเราค่ะใครอยากมีผมสวยไม่ควรอดอาหารนะคะ

4. ควรดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย  โดยการค่อยๆดื่ม ไม่ใช่ดื่มทีละมากๆ  เพราะร่างกายไม่สามารถดูซึมได้ทัน  ส่วนน้ำนั้นก็จะไปให้ความชุ่มชื่นแก่เส้นผมของเราค่ะ

5. ไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ประเภททูอินวัน เพราะผลิคภัณฑ์เหล่านี้มักทำให้เกิดสารตกค้าง

6. ไม่ควรไดร์ผมหลังจากสระผมเสร็จแล้ว  ควรเช็ดผมให้หมาดๆก่อนแล้วจึงไดร์ผม

7. เมื่อไดร์ผมเสร็จแล้ว  ควรทิ้งไว้สักครู่จนผมเย็นลง  แล้วจึงค่อยแต่งทรงผม  เพราะจะทำให้ผมดูหนา  อยู่ทรงได้นาน  อีกทั้งยังเป็นการรักษาสภาพของผมอีกด้วย

8. ควรนวดหนังศีรษะเพื่อที่จะได้กระตุ้นระบบโลหิตของหนังศีรษะ  และยังสามารถทำให้เส้นผมของเราแข็งแรงขึ้นได้อีกด้วยค่ะ

0

พาเที่ยววัดใหญ่ชัยมงคล

วัดใหญ่ชัยมงคลเป็นวัดศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองไทยมาช้านานย่อมสะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมอันมีค่าของคนไทย  หนึ่งในแหล่งวัฒนธรรมอันมีค่าได้แก่ “วัดใหญ่ชัยมงคล”  ชื่อเดิมคือ วัดป่าแก้วหรือวัดเจ้าพระยาไทย  อยู่บริเวณริ่มฝั่งตะวันออกของแม่น้ำป่าสัก มีเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์ว่า สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1หรือพระเจ้าอู่ทอง นั้นได้ทรงสร้างวัดป่าแก้วขึ้น ณ บริเวณที่ซึ่งได้เพื่อถวายพระเพลิงพระศพของเจ้าแก้วเจ้าไทย   อีกข้อสันนิษฐานคือ อาจจะมาจากการที่วัดนี้เป็นที่ประทับของพระสังฆราชฝ่ายขวา ซึ่งในสมัยโบราณเรียกพระสงฆ์ว่า “เจ้าไทย” ฉะนั้นเจ้าพระยาไทยจึงหมายถึงตำแหน่งพระสังฆราช

นอกจากนี้ในปี พ.ศ. 2135  มหาอุปราชาแห่งพม่าได้ยกกองทัพเข้าตีกรุงศรีอยุธยา  แต่ สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงยกกองทัพออกไปต่อสู้ข้าศึกโดยมิได้เกรงกลัว  จนกระทั่งสมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงทำศึกยุทธหัตถีชนะพระมหาอุปราชแห่งพม่า   ทรงฟันคู่ต่อสู้ของพระองค์จนสิ้นพระชนม์บนคอช้าง ที่ตำบลหนองสาหร่าย เมืองสุพรรณบุรี   แต่ครั้งนั้นไม่สามารถจะตีกองทัพของข้าศึกให้แตกแยกยับเยินไปได้ เนื่องจากกองทัพต่างๆ ติดตามไปไม่ทันพระองค์ แต่กระนั้นก็ทรงสร้างพระเจดีย์ใหญ่ขึ้นที่วัดนี้เป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะ  โดยกลายเป็นปูชนียวัตถุสำคัญแห่งหนึ่งของประเทศไทย  อีกทั้งยังกลายเป็นนิมิตหมายของเอกราชเตือนใจให้ระลึกถึงความเสียสละของบรรพบุรุษของคนไทยที่มาช้านาน  และยังถือเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของวีรกรรมของพระองค์  รวมไปถึงความเมตตาของพระนเรศวรในการอภัยทานแก่เหล่าขุนศึกของพระองค์ที่ติดตามพระองค์ไปไม่ทันโดยละเว้นโทษประหาร และยังแสดงให้เห็นถึงธรรมอันประเสริฐของศาสนาพุทธอีกด้วย

0

อะไรอยู่ใน Payslip

วันนี้เพื่อนๆหลายๆคนคงจะได้รับสลิปเงินเดือน หรือที่เรียกว่า Payslip กันใช่ไหมค่ะ เคยสงสัยไหมว่าใน Payslip มันคืออะไร และมีอะไรอยู่ในนั้น

Payslip หรือ สลิปเงินเดือน เป็นเอกสารที่มอบให้แก่พนักงานทุกๆสิ้นเดือนเพื่อแสดงรายได้ของพนักงาน โดยทั่วๆไป Payslip มักจะมีการระบุถึงส่วนของรายได้ (Income) ว่ารายได้ทั้งหมดมาจากไหนบ้าง และอีกส่วนที่สำคัญก็คือส่วนที่หักลบออกไป (Deduction) โดยส่วนมากส่วนที่หักลบออกไปก็มักจะเป็นพวกประกันสังคม ภาษี เป็นต้น

มาดูตัวอย่างของสลิปเงินเดือนกันนะคะ

ขอบคุณ www.samplepaysliptemplate.com สำหรับข้อมูลดีๆค่ะ

 

0

เคล็ดลับสวยจากภายใน

สาว ๆ หลายคนต้องการหุ่นดี รูปร่างสวย ผิวพรรณงามผ่องกระจ่างใส แต่ใครจะรู้ว่าสาวขี้เหร่หลายคนสามารถกลับมาสวยกว่าเดิมได้ ด้วยการหันมาดูแลตัวเองอย่างจริงจังให้ดูดีจากภายในออกมาสู่ภายนอก ซึ่งเราขอแนะนำเคล็ดไม่ลับสวยจากภายในทำได้ไม่ยากมาฝากดังต่อไปนี้

1. นอนเยอะๆ การพักผ่อนนอนหลับนั้นเป็นยาขนานวิเศษสำหรับความงามของหญิงสาว หากคุณไม่นอนร่างกายก็จะรู้สึกว่ากำลังอยู่ในภาวะอันตราย ต้องเผชิญหน้ากับช่วงเวลาที่คุณเครียด (เพราะคนนอนไม่หลับหลายคนมักจะเครียดทุกครั้งที่นอนไม่หลับ) แล้วคุณรู้หรือไม่ว่าระบบร่างกายของเรา จะซ่อมแซมตัวเองและเผาผลาญไขมันขณะนอนหลับด้วยโกรทฮอร์โมน ลองคิดดูว่าถ้าเราไม่นอนร่างกายก็ไม่มีโอกาสซ่อมแซมตนเอง แล้วจุดด่างดำริ้วรอย รวมถึงแผลเป็นต่างๆ บนผิวของคุณจะหายไปได้อย่างไร

2. ขยับร่างกายให้มากขึ้น อย่านั่งเฉยๆ ไม่ว่าจะเป็นการขยับขา กระดิกเท้า หรืออะไรก็ตาม พฤติกรรมง่ายๆ เหล่านี้แม้ดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่เชื่อไหมว่าหากกระทำแบบนี้ต่อเนื่องเป็นปี จะทำให้เราสามารถลดแคลอรี่ได้เป็นพันเลยทีเดียว

3. หัวเราะให้มากขึ้น การหัวเราะจะทำให้คุณมีความสุขมากขึ้นโดยอัตโนมัติ ลองทำดูสิ! เพราะแม้แต่คุณหัวเราะตามชาวบ้านก็ยังทำให้ร่างกายหลั่งสารแห่งความสุขออกมา ทำให้ร่างกายสามารถเก็บสะสมไขมันได้ดีมากขึ้นนั่นเอง

4. ดูทีวีให้น้อยลง การดูทีวีจะทำให้เราต้องนั่งอยู่กับที่และไม่ได้ออกกำลังกาย ทำให้ร่างกายสะสมไขมันส่วนเกินจนก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพ และเป็นบ่อนทำลายความสวยของคุณในทางอ้อมอีกด้วย

0

บ้างาน ทำให้อ้วน

เชื่อหรือไม่ว่าการนั่งอยู่หน้าคอมทำตัวเป็น working women นาน ๆ เป็นประจำทุกวันนั้น มีผลทำให้สาวๆ อ้วนขึ้น เพราะงานวิจัยจากประเทศอเมริกาได้ทำการศึกษาพบว่า สาวๆ ประจำออฟฟิศนั้นจะมีโอกาสอ้วนกว่าเดิมมากขึ้นถึง 60 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นแม้สาวๆ จะหลบให้ไกลจากของกินขนมจุกจิกขนาดไหนแต่ยังทำตัวบ้างานนั่งหน้าคอมตลอดเวลา ระวังน้ำหนักส่วนเกินจะถามหานะจ๊ะ

เราจึงรวบรวมสาเหตุดังกล่าวว่าทำไมมันถึงเกิดขึ้นได้ แค่นั่งหน้าคอมทำงานแค่นี้ จะมีผลต่อน้ำหนักด้วยเหตุผลอันน่าเชื่อถือดังต่อไปนี้

1. อาหารเช้าที่เร่งรีบเกินไป

เมื่อสาวๆ ต้องรีบตื่น รีบอาบน้ำและแต่งตัวไปทำงาน โอกาสที่จะเลือกอาหารที่ดีต่อสุขภาพแม้ในช่วงมื้อเช้าที่เป็นมื้อที่สำคัญที่สุดจึงแทบไม่มีเวลา หลายคนเลือกจะรับประทานอาหารขยะทั้งที่รู้ว่าจะทำให้อ้วนขึ้นแน่นอน

2. ไม่มีเวลาออกกำลังกาย

ความที่ต้องเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานทำให้สาวๆ ไม่อยากจะเอาแรงที่เหลือไปทำอะไร นอกจากนอนกดทีวีในมื้อเย็นมากกว่า บางคนยังหอบงานมาทำที่บ้านอีกด้วย หลายคนจึงปฏิเสธจะออกกำลังกาย ผลสุดท้ายอ้วนขึ้นแถมมีปัญหาสุขภาพอีกด้วย

3. นั่งกับที่ตลอดเวลา

สาว ๆ ออฟฟิศมีโอกาสขยับร่างกายน้อยมาก กิจกรรมอื่นๆ นอกเหนือจากนั่งหน้าคอมเป็นไม่มี การนั่งเฉยๆ แบบนั้นทำให้ร่างกายไม่ได้ใช้พลังงานที่ได้รับ ก้นและหน้าท้องที่ติดอยู่กับเก้าอี้ก็จะทำให้รูปร่างของคนไม่สวยอีกด้วย ก้นใหญ่ขึ้นและเอวหนา รับรองว่าไม่ใช่ในแบบที่สาวๆ ต้องการแน่นอนใช่ไหม

0